วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สตรอเบอรี

                                               

                                 สตรอเบอรี                                            

 

 

         สตรอเบอรีไม่ใช่ผลไม้พื้นเมืองของไทย แต่เรากลับเคยรับประทานสตรอเบอรีกันแทบทุกคน เพราะนอกจากรสเปรี้ยวยั่วน้ำลายแล้ว สีแดงสดใสและกลิ่นหอมเฉพาะตัวก็ยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่ไอศกรีม แยม เจลลี  และอาหารสารพัดสารเพ

         ไม่อาจกล่าวว่าสตรอเบอรีใช้เป็นยาได้เสียทีเดียว แต่ก็น่าทึ่งว่าน้ำสตรอเบอรีช่วยให้ธาตุเหล็กถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น เห็นได้ชัด

 รู้จักทักทาย

         สตรอเบอรีเป็นพืชตระกูลเดียวกับกุหลาบ คืออยู่ในวงศ์ Rosaceae  แต่ดูเผินๆจะเห็นว่าไม่มีอะไรคล้ายกันเลย พืชน่ารักต้นนี้เป็นเพียงไม้ล้มลุกขนาดเล็กสูงแค่คืบ ใบเป็นใบประกอบ ขอบใบเป็นจักร มีขนสั้นๆคลุมผิวใบ

         สตรอเบอรีมีหลายพันธุ์   ทั้งหมดอยู่ในสกุล(Genus)  Frageria       ถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในแถบอบอุ่น  เดิมเป็นไม้ป่าเรียก  wild strawberry  ต่อมาถูกนำมาปลูกเพื่อรับประทานผลตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ประมาณว่าในช่วงคริสต์ศตวรรษที่สิบสาม ชาวฝรั่งเศสนำสตรอเบอรีป่ามาปลูกเป็นพืชไร่  ในอเมริกาก็มีสตรอเบอรีสองสายพันธุ์คือ  F. chiloensis และ F. virginiana  ซึ่งถูกนำมาแพร่พันธุ์ในยุโรป และเกิดกลายพันธุ์ได้สายพันธุ์ใหม่กว่า 7 ชนิดที่มีลูกใหญ่ เพาะปลูกง่ายกว่าเดิม ทุกวันนี้สตรอเบอรีได้แพร่กระจายไปทั่วโลก มีการปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะกับลักษณะภูมิอากาศ

         การขยายพันธุ์สตรอเบอรีทำโดยใช้ไหลซึ่งแตกมากมายรอบต้น แต่ก็มีบางพันธุ์ เช่น 

สตรอเบอรีแถบเทือกเขาอัลไพน์ในยุโรป ( F. vesca ) ที่ไม่มีไหล ชาวสวนจะปลูกโดยใช้เมล็ดแทน

         ดอกสตรอเบอรีเป็นสีขาว มีบ้างที่เจือชมพูหรือแดง  ดอกบานในฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณต้นฤดูหนาวของไทย ถ้าใครไปเที่ยวงานเกษตรแฟร์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา จะเห็นนิสิตหนุ่มสาวนำต้นสตรอเบอรีที่กำลังติดลูกใส่ถุงขายถุงละ 40 บาท เห็นแล้วอดซื้อมาปลูกด้วยความเอ็นดูไม่ได้

                หลังจากออกดอก ดอกที่ได้รับการผสมก็จะกลายเป็นผลสีแดงสดเปรี้ยวจี๊ดยั่วน้ำลายในเวลา 5 สัปดาห์ ผลสตรอเบอรีตอนเล็กๆจะเป็นสีเขียว แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นเหลือง ส้ม แดง และแดงก่ำในที่สุด

สตรอเบอรีผลหนึ่ง แท้ที่จริงแล้วเกิดจากการอัดรวมกันของผลย่อยๆมากมายบนแกนเดียวกัน

       ฝรั่งนิยมทานสตรอเบอรีสด และผสมในอาหารหวาน  สตรอเบอรีชอร์ทเค้ก ทำได้ง่ายจากสปันจ์เค้ก  วิปปิ้งครีม  และสตรอเบอรีสด ถือเป็นขนมหวานประจำบ้านชาวอเมริกันเลยทีเดียว

สตรอเบอรีกับฤทธิ์ทางยา

        ในตำรายาโบราณ สตรอเบอรีเคยถูกบันทึกไว้ว่ามีสรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน (mild laxative)  ยาขับปัสสาวะ (diuretic) และเป็นยาฝาดสมาน (astringent)  ตามหนังสือ A Modern Herbal ของ Maud Grieve ตีพิมพ์เมื่อปี 1931 กล่าวว่า ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชื่อดัง เป็นบุคคลแรกที่พิสูจน์ได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ว่า สตรอเบอรีช่วยบรรเทาอาการโรคปวดข้อรูมาติกได้  และยังแนะนำว่า " สตรอเบอรีฝานบางๆ ทาหน้าทันทีหลังล้างหน้า จะช่วยทำให้หน้าขาวขึ้น และยังช่วยสมานผิว  ลบรอยริ้วจากแดดเผาได้ "

สตรอเบอรีกับวงการแพทย์

        ปัจจุบันยังไม่มีใครทำการค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับสตรอเบอรีมากนัก  ดังนั้นผลทางยาจึงยังไม่เป็นที่รู้จัก

        อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในวงการแพทย์ว่า น้ำคั้นจากสตรอเบอรีเช่นเดียวกับน้ำคั้นจากผลไม้อีกหลายชนิด สามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคได้อย่างชะงัดในหลอดทดลอง เช่น Poliovirus Echovirus  Reovirus  Coxsackievirus และไวรัสที่ทำให้เกิดเริม  นักวิทยาศาสตร์แคนาดาพบว่า ยิ่งน้ำคั้นผลไม้ข้มข้น ฤทธิ์ฆ่าเชื้อยิ่งสูงขึ้น

        ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า สตรอเบอรีมีคุณประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจของมนุษย์ และอาจป้องกันมะเร็งได้  ลูกสีแดงสดอุดมด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพคติน ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลได้ระดับหนึ่ง  นักวิจัยในอิตาลีสังเกตเห็นว่า  สตรอเบอรีสามารถยับยั้งสารก่อมะเร็งกลุ่มไนโตรซามีนได้  (สารกลุ่มนี้กระตุ้นการเกิดมะเร็งในลำไส้เนื่องจากมันมีโพลีฟีนอลปริมาณสูง           ในการวิจัยหาความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานผลไม้กับการเกิดมะเร็ง สตรอเบอรีเป็นหนึ่งในแปดของผลไม้ที่มีความสัมพันธ์กับการลดการตายจากมะเร็ง โดยศึกษาในผู้สูงอายุ 1,271 รายในรัฐนิวเจอร์ซี คนที่รับประทานสตรอเบอรีมากที่สุด  มีโอกาสเกิดมะเร็งต่ำกว่าคนที่ทานสตรอเบอรีน้อยที่สุดหรือไม่ทานเลยถึงสามเท่า

สตรอเบอรีกับเม็ดเลือดแดง

        ถ้าใครมีปากแดงสดเหมือนสตรอเบอรี  คงเป็นคนที่สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด  คนสมัยกรีกโรมันรับประทานอาหารที่มีสีแดงเมื่อเสียเลือด เชื่อกันว่าสีแดงจะช่วยสร้างเลือด ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ถึงวันนี้ เรากลับพบว่าสตรอเบอรีสีแดงก่ำ มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดได้จริง

        ก่อนอื่น  คงต้องทบทวนกันสักนิดก่อนว่า เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย   แหล่งสร้างเม็ดเลือดแดงคือไขกระดูก ในการสร้างเม็ดเลือดแดงจำเป็นต้องใช้ธาตุสำคัญตัวหนึ่งคือ ธาตุเหล็ก  คนที่เสียเลือดจึงต้องการธาตุเหล็กมาก

        มนุษย์ได้ธาตุเหล็กเข้าร่างกายจากแหล่งใดบ้าง ?   เราได้ธาตุเหล็กจากการรับประทานเนื้อสัตว์และผักผลไม้  เมื่ออาหารถูกย่อย  ธาตุเหล็กก็จะถูกดูดซึมผ่านผนังกระเพาะและลำใส้ ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ในที่สุด

        ในปี 1987  Ballot D, Baynes RD, Bothwell TH, Gillooly M, MacFarlane BJ, MacPhail AP, Lyons G, Derman DP, Bezwoda WR, Torrance JD, และคณะผู้วิจัยหลายคนได้ทำการวิจัยผลของน้ำผลไม้ที่มีต่อการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าร่างกาย  เพราะมีหลักฐานน่าเชื่อว่า น้ำผลไม้มีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้  ดังนั้นการที่คนเราแต่ละคน รับประทานอาหารที่แตกต่างกัน บางคนดื่มน้ำผลไม้เมื่อจบมื้อ  บางคนดื่มน้ำเปล่า เราแต่ละคนอาจได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่แตกต่างกัน

       การวิจัยครั้งนี้ทำโดยศึกษาปริมาณเหล็กจากข้าวสวยที่ถูกดูดซึมเข้าร่างกายเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มหญิง 234 คนที่ทานน้ำผลไม้พร้อมอาหาร กับพวกที่ไม่ทานน้ำผลไม้  ตรวจวัดปริมาณเหล็กที่ถูกดูดซึมด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์

       ผลการทดลองพบว่า น้ำผลไม้หลายชนิดช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าร่างกายได้อย่างมาก  โดยน้ำมะนาวช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กดีที่สุด รองมาคือน้ำส้ม และน้ำฝรั่ง

       ที่ช่วยได้ดีปานกลางคือ น้ำสตรอเบอรี พลัม  กล้วย  มะม่วง  แคนตาลูป  และสับปะรด   และที่ช่วยได้น้อยมากคือ น้ำองุ่น พีช  แอปเปิ้ล และอะโวคาโด

       จากผลการวิจัยครั้งนี้ เห็นได้ว่าการดื่มน้ำผลไม้ระหว่างอาหาร คงไม่ได้เพียงแค่ความเท่ตามแบบฝรั่งเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นและยังได้วิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์มากมาย

       จึงน่าจะเป็นการดี ที่เราจะฝึกนิสัยตัวเองและลูกหลานให้ดื่มน้ำผลไม้สด เพื่อสุขภาพที่ดีนับแต่บัดนี้ บางทีอาจพบว่า ท่านกลับมีเลือดฝาด ปากแดงสดใสเหมือนสตรอเบอรี่ก็ได้ ใครจะรู้                  

www.moph.go.th/ops/doctor/drMay44/drug601.dochttp://www.moph.go.th/ops/doctor/drMay44/drug601.doc

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ18 กันยายน 2554 เวลา 18:31

    เนื้อหาครอบคลุม ตัวหนังสือก็อ่านง่ายดีค่ะ...อัจฉราวดี มีศักดิ์

    ตอบลบ